เคล็ดลับการทำให้งาน และที่ทำงานของเราให้ ECO ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

การที่คนเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่ของแต่ละวันอยู่กับ การทำงาน และ ที่ทำงาน เราน่าจะลองสำรวจไปด้วยกันว่า มีวิธีไหนง่าย ๆ ที่จะช่วยทำให้การทำงานของเรา มีความรักษ์โลกมากขึ้น เช่น ช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง ลดโลกร้อน ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่อาจรบกวนและทำลายสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าเราจะนั่งอยู่ในออฟฟิศก็ตาม

บทความนี้อ้างอิงมาจาก แนวความคิดที่เผยแพร่โดย อาสาสมัครจากกรีนพีซออสเตรเลีย คุณซาราห์ นีล ในช่วงหลายปีที่เธอใช้เวลาเป็นอาสาสมัครในการตรวจเช็คการใช้ภาษาในบทความต่าง ๆ ของกรีนพีซ เธอพยายามใช้ชีวิตที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า และเธอก็มีไอเดียที่จะแบ่งปันเคล็ดลับเหล่านี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ที่อยากเปลี่ยนสภาวะออฟฟิศและกิจกรรมการทำงานของเราให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแบบง่าย ๆ

1. พยายามลดการใช้พลังงาน เลือกใช้แบตเตอรีที่สามารถชาร์จใหม่ได้ หลีกเลี่ยงการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น ใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เป็นต้น 2. รีไซเคิลทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ก่อนอื่น เราจะต้องรู้ก่อนว่า ขยะในออฟฟิศ สามารถรีไซเคิลได้ เราเพียงต้องค้นหาบริษัทรับรีไซเคิล หรือแม้แต่บริษัทรายย่อยที่รับกระป๋อง ขวดพลาสติกหรือกระดาษ ไปจัดการให้เข้าระบบที่จะนำไปแปรสภาพ หนือ นำกลับมาใช้ใหม่ (ในรูปแบบอื่นๆ)

ลองสอบถามเกี่ยวกับข้อกำหนดสำหรับการรีไซเคิลเพื่อจะได้ปฏิบัติตามได้เหมาะสม เพราะพวกเขาอาจมีข้อกำหนดเช่น แยกถ้วยกาแฟออกจากฝาครอบ หรือ บางครั้งพวกเขาอาจไม่รับกล่องน้ำผลไม้ที่มีฟอยล์หุ้มอยู่ภายใน

ควรช่วยกันตรวจของที่จะทิ้งทุกครั้งก่อนทิ้งลงถังขยะ เพื่อให้แน่ใจว่าขยะที่เราทิ้งนั้นไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้แล้ว นอกจากนี้ ควรมีกล่องสำหรับใส่อุปกรณ์สำนักงานที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น แบตเตอรี่ และ ตลับหมึกพิมพ์ 3. ลดการใช้ภาชนะใช้แล้วทิ้ง เปลี่ยนมาใช้ภาชนะใช้ซ้ำได้ รู้หรือไม่ว่าในปี พ.ศ.2553 มีขยะพลาสติกไหลลงสู่มหาสมุทรมากถึง 8 ล้านตัน ดังนั้นเวลาที่เราซื้อกาแฟสักแก้วหรือซื้ออาหารกลางวันนั้น ลองเปลี่ยนตัวเองด้วยการพกกล่องใส่อาหาร และกระติกน้ำ แทนการเพิ่มการใช้ขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง

เช่นเดียวกับเวลาที่เราไปซุปเปอร์มาเก็ตหรือตลาดสด เพียงแค่พกถุงผ้าและปฏิเสธถุงหิ้วพลาสติกเท่านั้นเอง หรือนำถุงต่าง ๆ ในออฟฟิศออกมาใช้ซ้ำถ้าหากเราอาจลืมพกถุงผ้าติดตัวมา พยายามพกภาชนะใช้ซ้ำได้ติดตัวมาทุกๆวันก่อนออกจากบ้าน เพียงแค่มองหากล่องใส่อาหารในครัว เราเชื่อว่าคุณต้องมีสัก 2-3 กล่องเป็นอย่างต่ำ หลีกเลี่ยงช้อนส้อมพลาสติก แต่ใช้ช้อนส้อมที่ออฟฟิศแทน และถ้าคุณอยากกินกาแฟสักแก้วล่ะก็ อย่าลืมพกแก้ว #Reuse ไปด้วย 4. ตระหนักถึงกระดาษที่เราใช้ เราควรพิมพ์เอกสารเท่าที่จำเป็น หันไปใช้กระดาษจากการรีไซเคิลให้มากขึ้น หรือลดการใช้กระดาษด้วยวิธีการพิมพ์งานสองหน้า และหลีกเลี่ยงการพิมพ์ด้วยกระดาษมัน หรือการพิมพ์หมึกสี ทั้งนี้เราควรตรวจสอบเนื้อหาทุกครั้งก่อนพิมพ์เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดที่ต้องสิ้นเปลืองการพิมพ์ใหม่ซ้ำๆ 5. พยายามอย่าทิ้งอาหาร อย่าลืมอาหารที่เราแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นของออฟฟิศ อาหารเหล่านี้ไม่เพียงแค่จะหมดอายุและเปลืองพื้นที่ที่เราต้องใช้ร่วมกับเพื่อนร่วมงานแล้ว อาหารที่หมดอายุเหล่านี้นำไปสู่ปัญหาเศษอาหารเหลือทิ้งมหาศาลซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก วิธีการแก้ปัญหาง่าย ๆ หากเราทานอาหารกลางวันที่ออฟฟิศไม่หมดก็สามารถแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ หรือเก็บอาหารไว้ในถังหมักแทนการทิ้งลงถังขยะ 6. ดูแลต้นไม้ในออฟฟิศ ลองคิดดูว่าเราจะมีความสุขในการทำงานขนาดไหน หากมีอากาศอันสดชื่นในออฟฟิศ? เมื่อองค์กรระดับโลกอย่างนาซ่า ต้องการช่วยนักบินอวกาศให้หายใจได้อย่างสะดวกสบาย พวกเขาใช้ต้นไม้ช่วยยกระดับคุณภาพอากาศ และแน่นอน ต้นไม้ในออฟฟิศเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ สำหรับการขจัดมลพิษ 7. แข่งกันทำแคมเปญจน์ประหยัดพลังงานในออฟฟิศ จะดีแค่ไหนถ้าพนักงานของแต่ละแผนกแข่งกันประหยัดพลังงานในพื้นที่ที่ตนเองทำงานอยู่? การทำแคมเปญจน์ประหยัดพลังงานเพื่อแข่งกันประหยัดพลังงานเป็นกิจกรรมที่ท้าทายสำหรับพนักงานแต่ละแผนกในออฟฟิศ โดยอาจจะลองตั้งกรรมการ ร่วมกันตรวจตราการใช้ไฟของแต่ละแผนกในช่วงพักเที่ยง ยกตัวอย่างเช่น แผนกไหนไม่ได้ปิดไฟหรือเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ก็จะถูกหักคะแนน ซึ่งคะแนนเหล่านี้จะรวมกันและประกาศแผนกผู้ชนะในทุกๆเดือน

นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟให้กับบริษัทแล้ว แผนกที่คะแนนถูกลบน้อยที่สุดก็อาจจะได้รับรางวัลตอบแทนอีกด้วย 8. ประหยัดพลังงานด้วยการจัดพื้นที่ภายในออฟฟิศ การจัดพื้นที่การทำงานในออฟฟิศอย่างชาญฉลาดเช่น จัดโต๊ะทำงานสองถึงสามโต๊ะให้สามารถใช้แสงสว่างจากไฟเพียงหนึ่งดวงร่วมกันได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟช่วยเสริมแสงสว่างอีก

หรือในวันที่พนักงานมาทำงานน้อย ก็น่าจะมีพื้นที่ที่ทุกคนนั่งทำงานรวมกันได้โดยใช้ไฟเพียงไม่กี่ดวง นอกจากจะประหยัดไฟแล้วก็ยังเป็นการสร้างมิตรภาพของเพื่อนร่วมงานระหว่างแผนกได้อีกด้วย

หรือเปิดม่านหน้าต่างยังเพื่อช่วยเพิ่มแสงสว่างจากธรรมชาติและเป็นการลดการใช้พลังงานได้อีกทางหนึ่ง 9. สร้างวัฒนธรรมองค์กรในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสร้างวัฒนธรรมองค์กรยังเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่งอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งจะพัฒนาออฟฟิศของเราให้กลายเป็นออฟฟิศรักษ์โลกอย่างยั่งยืนได้ เพียงให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางการปฏิบัติเพื่อลดการใช้ทรัพยากรพร้อมทั้งประโยชน์ที่จะได้รับ ก็สามารถทำให้องค์กรของเรากลายเป็นองค์กรสีเขียว พนักงานมีความรู้และตระหนักในประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในที่สุด Credit : www.thaihealth.or.th Credit : lifehack.org, lifehack.org, ecowatch.com, nationofchange.org

#EcoOffice #รกษาสงแวดลอม #รกษโลก

Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
No tags yet.
  • Facebook Basic Square
ADDRESS

87 All Seasons Place,  

23rd. Floor M-Thai Building

Rm.44 SOTA LIVING co.,Ltd.

Wittayu, Lumpini, Pathumwan 

contigothailand@gmail.com

contact@sotaliving.co

www.sotaliving.co

CONTACT US
STAY IN TOUCH
  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon

© 2016 by SOTA LIVING. Appreciation of Life